สภา มจร มีมติเอกฉันท์เห็นชอบ “พระพรหมวัชรธีราจารย์” ดำรงตำแหน่งอธิการบดีสมัยที่ 3 ท่ามกลางความท้าทายของมหาวิทยาลัยสงฆ์ในยุคดิจิทัล AI และการแข่งขันทางการศึกษาที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ววันที่ 24 มิถุนายน 2569 ที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ครั้งที่ 6/2569 มีมติเป็นเอกฉันท์เห็นชอบให้ พระพรหมวัชรธีราจารย์ ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นสมัยที่ 3 หลังจากคณะกรรมการสรรหาได้เสนอชื่อเพียงรายเดียว โดยเตรียมดำเนินการเสนอเพื่อให้สมเด็จพระสังฆราชทรงมีพระบัญชาแต่งตั้งต่อไปพระเทพวัชรสารบัณฑิต รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มจร ในฐานะเลขานุการสภามหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า คณะกรรมการสรรหาอธิการบดีซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากสภามหาวิทยาลัย ได้ประชุมเมื่อวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยมีพระพรหมบัณฑิต อุปนายกสภามหาวิทยาลัย เป็นประธานคณะกรรมการสรรหา และมีมติเป็นเอกฉันท์เสนอชื่อพระพรหมวัชรธีราจารย์ให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีพระพรหมวัชรธีราจารย์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ กรุงเทพมหานคร รองแม่กองบาลีสนามหลวง รองประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ และรองเจ้าคณะภาค 5 สำเร็จการศึกษาเปรียญธรรม 9 ประโยค จบการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านการศึกษา ปริญญาโททางพระพุทธศาสนาจาก มจร และปริญญาเอกด้านปรัชญาจากมหาวิทยาลัยพาราณาสี ประเทศอินเดีย พร้อมดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ประจำภาควิชาปรัชญา คณะพุทธศาสตร์พระเทพวัชรสารบัณฑิต กล่าวว่า การสรรหาอธิการบดีครั้งนี้เป็นไปตามข้อบังคับใหม่ พ.ศ.2569 ที่มุ่งเน้นหลักธรรมาภิบาล โดยมีคณะกรรมการจากทั้งฝ่ายบรรพชิตและคฤหัสถ์รวม 7 รูปหรือคน เพื่อให้กระบวนการสรรหาเกิดความโปร่งใสและได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วนทั้งนี้ พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ.2540 มิได้กำหนดเพดานวาระการดำรงตำแหน่งอธิการบดีไว้เช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยทั่วไป เนื่องจากเห็นว่ามหาวิทยาลัยสงฆ์มีลักษณะเฉพาะที่ต้องอาศัยพระเถระผู้มีทั้งคุณวุฒิ วัยวุฒิ ประสบการณ์ วิสัยทัศน์ และบารมีในการบริหารองค์กรขนาดใหญ่ของคณะสงฆ์ปัจจุบัน มจร มีวิทยาเขต 12 แห่ง วิทยาลัยสงฆ์ 27 แห่ง หน่วยวิทยบริการ 4 แห่ง และสถาบันสมทบในต่างประเทศอีก 5 แห่ง มีบุคลากรและนิสิตรวมกว่า 25,000 รูปหรือคน พร้อมงบประมาณบริหารจัดการปีละกว่า 4,000 ล้านบาท ซึ่งมหาวิทยาลัยต้องหารายได้ด้วยตนเองเป็นจำนวนมากนอกจากนี้ มจร ยังต้องเผชิญความท้าทายในยุคการศึกษาใหม่ ทั้งการเปลี่ยนผ่านสู่มหาวิทยาลัยดิจิทัล การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) การแข่งขันทางการศึกษาที่สูงขึ้น รวมถึงการรักษาอัตลักษณ์ความเป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์ควบคู่กับการตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่และนิสิตนานาชาติพระเทพวัชรสารบัณฑิตกล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 2 สมัยที่ผ่านมา พระพรหมวัชรธีราจารย์ได้สานต่อรากฐานการบริหารจากพระพรหมบัณฑิตและสามารถขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยให้ก้าวหน้าในหลายมิติ จนได้รับการยอมรับจากประชาคม มจร คณะกรรมการสรรหา และสภามหาวิทยาลัยอย่างกว้างขวาง“อธิการบดี มจร ไม่ใช่ใครก็ได้ เพราะต้องเป็นผู้ที่มีทั้งความรู้ทางพระพุทธศาสนา ความสามารถด้านการบริหาร และได้รับการยอมรับจากคณะสงฆ์และสังคม ดังนั้น ประชาคม มจร จึงยินดีและพร้อมสนับสนุนการดำรงตำแหน่งสมัยที่ 3 ของพระพรหมวัชรธีราจารย์ เพื่อสานต่อนโยบายและพัฒนามหาวิทยาลัยสู่ยุคใหม่ต่อไป” พระเทพวัชรสารบัณฑิต กล่าว#พระพรหมวัชรธีราจารย์ #อธิการบดีมจร #มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย #มจร #พระสงฆ์ไทย #การศึกษาคณะสงฆ์ #มหาวิทยาลัยสงฆ์ #ข่าวพระสงฆ์ #วงการคณะสงฆ์ #AIกับการศึกษา
